Pages

Subscribe:

กระดอม

กระดอม-สมุนไพรไทย
ชื่อทั่วไป                              ขี้กาดง(สระบุรี),ผักแคบป่า (น่าน) , มะนอยจา (เหนือ),มะนอยหก,
                                           มะนอยหกฟ้า(แม่ฮ่องสอน)
ชื่อสามัญ                             (ข้อมูลไม่แน่ชัด)        
ชื่อวิทยาศาสตร์                    Gymnopetalum cochinchinense (Lour.) Kurz.
วงศ์                                     CUCURBITACEAE

          เป็นไม้เถาเลื้อย มีมือเกาะ เหมือนมะระขีั้นก ใบเดี่ยว เรียงสลับ หลายรุปทรง ฐานเว้าลึก รูปหัวใจ ผิวสากคาย ดอกเดี่ยว แยกเพศต่ออยู่ต้นเดียวกัน กลีบดอกมี 5 กลีบ ฐานเชือมต่อกัน กลีบรองดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว ออกตามง่ามใบ ผลขนาดเท่าผลสมอไทย หัวท้ายแหลม สะนสีอ่อน 10 สัน ตามแนวหัวท้ายเมื่อสุกสีแดงสด ผลแก่และผลสุกมีพิษห้ามรับประทาน การเก็บจะเก็บลูกอ่อนมาตากแห้ง เกิดอยู่ตามที่รกร้างในป่าเขาทั่วไป ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด


สรรพคุณสมุนไพร

ใบ          รสขม ตำคั้นเอาน้ำหยอดตา แกตาอักเสบ รับประทานแก้พิษของ ลูกสุก
              แก้พิษบาดทะยักกำเริบเพราะรักษาผิด
ลูก         ใช้ลูกอ่อนตากแห้ง รสขม บำรุงน้ำดี แก้ดีอแห้ง ดีฝ่อ ดีเดือด คลั่งเพ้อ เจริญอาหาร ทำโลหิตให้
             เย็น ดับพิษโลหิต บำรุงมดลูก แก้ไข้รักษามดลูกหลังจากการแท้ง หรือคลอดบุตร แก้มดลูก
             อักเสบถอนพิษผิดสำแดง แก้พิษผลไม้บางชนิด
ราก        รสขมต้มรับประทานแก้ไข้ บำรุงธาตุ ช่วยย่อยอาหาร ดับพิษโลหิต เจริญอาหาร บดผสมน้ำร้อน
              ทาถูกนวดแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและอ่อนล้า

กระดังงา-กระดังงาสงขลา

กระดังงา-สมุนไพรไทย


ชื่อทั่วไป                          กระดังงาไทย,กระดังงาใหญ,สะบันงา(เหนือ)
ชื่อสามัญ                         Perfume Tree, Llang-Llang, Ylang Ylang, Kennanga
ชื่อวิทยาศาสตร์                annaga odorata (Lam.) Hooker f. & Thoms.
วงศ์                                ANNONACEAE
       
            เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ เปลือกต้นสีเทาเกลี้ยง ใบคล้ายใบของต้นเล็บมือนาง สีเขียวอ่อนบางนิ่มปลายแหลมโคนมนกลม ดอกเป็นกลีบยาวอ่อนมี 6 กลีบ ขอบหยักเป็นคลื่น กลีบชั้นในสั้น ดอกอ่อนสีเขียว แก่จะเป็นสีเหลืองอ่อน กลิ่นหอมฉุน ขยายพันธุ์โดยเมล็ดหรือกิ่งตอน
สีเหลืองมีกลืิ่นหอมและเป็นสมุนไพรชั้นดี

สรรพคุณสมุนไพร


เปลือกต้น          รสฝาดเฝื่อน ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ แก้ท้องเสีย
เนื้อไม้               รสขมเฝื่อน ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ
ดอก                  รสหอมสุขุม บำรุงโลหิต บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ
น้ำมันหอม          ใช้ปรุงน้ำหอมชั้นสูงทีมีราคาแพง ใช้ปรุงขนมหรืออาหาร




กระดังงาสงขลา-สมุนไพรไทย


ชื่อทั่วไป                         กระดังงาสงขลา,กระดังงาเบา,กระดังงา(ใต้)
ชื่อสามัญ                        (ข้อมูลไม่แน่ชัด)
ชื่อวิทยาศาสตร์               Cannangium fruticosum E.J.H Corner.
วงศ์                                ANNONACEAE
         
              เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 6 ฟุต ลักษณะต้น ดอก ใบ เหมือนกระดังงาไทย แต่ต้นเล็กกว่า ดอกมีกลับมากกว่า กลีบยาวและบิดมากกว่ากระดังงาไทย ขยายพันธุ์โดยเมล็ดและกิ่งตอน


สรรพคุณสมุนไพร


ดอก          รสสุขุมหอม บำรุงหัวใจ แก้ลมวิงเวียน
เนื้อไม้       รสขมเฝื่อน ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ

กระชาย

กระชาย-สมุนไพรไทย


ชื่อทั่วไป                          หัวละแอน (เหนือ) , ขิงแดง, ขิงทราย(อีสาน)
ชื่อสามัญ                         (ข้อมูลไม่แน่ชัด)
ชื่อวิทยาศาสตร์                Boesenbergia pandurata (Roxb.) Schltr.,Gastrochilus panderata (Roxb.) Ridl.,
                                      Kaempferia pandurata Roxb.
วงศ์                                ZINGIBERACEAE
       
              เป็นไม้ล้มลุก สูงประมาณ 2-3 ฟุต มีกาบใบหุ้มลำต้นตลอด ใบมีกลิ่นหอม ดอกช่อ สีม่วงแดง มีเหง้า มีรากเก็บอาหารแยกเป้นกระเปาะจากเหง้า เรียกว่ากระโปก หรือ นมกระชาย กระชายมี 3 ชนิด คือ กระชายดำ กระชายแดง และกระชายเหลือง ที่นิยมใช้กันทั่วไปคือ กระชายเหลือง ขยายพันธุ์ โดนการแนกหน่อ
รากกระชายนำมาเป็ยยาบำรุงและสมุนไพรได้เช่นกัน

สรรพคุณสมุนไพร

เหง้า                    รสเผ็ดร้อนขม แก้โรคอันเกิดในปาก แก้มุตกิด แก้ลมบังเกิดแก่กองหทัยวาต แก้ปาก
                          เปื่อย ปากแตก เป็นแผล ขับระดูขาว แก้ใจสั่น แก้ปวดมวนในท้อง แก้บิดมูกเลือด
                          แก้ปวดเบ่ง รักษาลำไส้ใหญ่อักเสบ บำรุงกำลัง
ราก                    (นมกระชาย) รสเผ็ดร้อนขม แก้กามตายด้าน ทำให้กระชุ่มกระชวน บำรุงความกำหนัด
                          มีสรรพคุณคล้ายโสม

กระชับ

ต้นกระชับ-สมุนไพรไทย

ชื่อทั่วไป                  หญ้าผมยุ่ง (เชียงใหม่),ขี้อ้น (เหนือ,อีสาน) เกี่ยงนา มะขะนัดน้ำ(เหนือ),
                               ขี้ครอก(ราชบุรี),ขี้อ้นน้ำ(นครพนม),ขี้อันดอน(เลย),ซักบ้อเช้า(จีน)
ชื่อสามัญ                 Cocklebur,Burweed
ชื่อวิทยาศาสตร์         Xanthium strumarium Linn., X . chinense Mill., X.indicum Koen.
วงศ์                         COMPOSITAE

          เป็นไม้ล้มลุกสูงประมาณ 1 ม. กิ่งก้านมีขนขึ้นประปราย ใบเดี่ยวรูปสามเหลี่ยมจักเว้าลึก ริมจักเป็นฟันปบาผิวสาก ก้านยาว ดอกเล็กออกเป็นช่ออัดแน่น ดอกตัวผู้ ออกที่ปลายยอด ดอกตัวเมีย ออกเป็นช่อๆ ละ สองดอกที่ง่ามใบ ผลรูปไข่มีหนามนุ่มปลายโค้งสำหรับเกาะติดอยู่โดยรอบ เกิดตามที่รกร้างว่างเปล่าริมทะเลหรือริมตลิ่ง ขยายพันธุ์โดยเมล็ด
กระชับต้นไม่สูงใหญ่ มีผลเป็นยาได้

สรรพคุณสมุนไพร
ต้น                      รสเย้นเฝื่อน แก้ไข้จับสั่น ขับเหงื่อ ขับน้ำลาย ระงับประสาท แก้ไขข้ออักเสบ แก้ปวด
                          ประจำเดือน แก้มุดเกิด แก้โรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ แก้กระเพาะอักเสบ แก้ปวด
                           กล้ามเนื้อรักษารโรคหิด แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย แก้หวัด แก้ปวดศรีษะ ปวดหู ตำพอก
                           แผลแก้ปวดบวม ต้มเอาน้ำล้างอผล ฆาเชื้อโรคบาดแผล
ใบ                       รสเย็นเฝื่อน แก้โรคเกี่ยวกับต่อมน้ำเหลือง เริม งูสวัด พอกแก้ปวดบวม แก้พิษแมลงกัด
                          ต่อย สมานแผล ห้ามเลือด ดับพิษร้อน แก้ไข้ ขับปัสสาวะ
ราก                     รสขมเย็น เจริญอาหาร แก้วัณโรคต่อมน้ำเหลือง และ มะเร็ง สมานแผล ห้ามเลือด ดิบ
                          พิษร้อน แก้ไข้ ขับปัสสาวะ
ผล                     รสเย็นเฝื่อน แก้ไข้ทรพิษ บำรุงกำลัง แก้ริดสีดวงจมูก ระงับการเกร็งของกล้ามเนื้อ แก้
                          ปวดในโรคไจจ้ออักเสบ แก้อัมพาต แก้ลมพิษ แก้โรคท้องมาน ขับเหงื่อ แก้ร้อนใน
                          เมล็ด  รสเฝือน แก้โรคเรื้อน
ใบกระชับที่หลังบ้าน